กาละ-เทศะ ในทรรศนะของ เกียรติขจร ชัยเธียร

กาละ-เทศะ ในทรรศนะของ เกียรติขจร ชัยเธียร
อะไรคือนยะของกาละ? อะไรคือนยะของเทศะ? รูป-ปริภูมิสร้างขึ้นอย่างสัมพันธ์กันได้อย่างไร จึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์ของศิลปะ-สถาปัตย์ อันมีผลกระทบต่อจิตวิญญาณของเราเมือได้ไปสัมผัสด้วยอายตนะ. เว็บแห่งนี้สร้างเพื่อทุกคนที่มุ่งแสวงหาการนำไปสู่ความเข้าใจในสิ่งที่อยู่แวดล้อมเรา (surrounding), อันมีผลกระทบต่อภาวะของเรา (being), ที่นำไปสู่ความเป็นตัวตนของเรา (becoming). หลักการในการเข้าถึงประกอบด้วย การเรียนรู้, การคิด, และการฝึกฝน. นั่นคือ เนื้อหา, พิจารณา, และปฏิบัติ. เว็บนี้จึงประกอบด้วยบทความจากการศึกษาศิลปะ-สถาปัตยกรรมต่างๆ ทั้งศิลปะ-สถาปัตยกรรมขอม, ศิลปะ-สถาปัตยกรรมอินเดีย, ศิลปะ-สถาปัตยกรรมจีน, ศิลปะ-สถาปัตยกรรมบาหลี-ชวา, ฯลฯ แบบโบราณและร่วมสมัย เพื่อให้เข้าใจบริบทในการออกแบบศิลปะ-สถาปัตยกรรมเหล่านั้นอย่างเข้าใจซึ้งและซาบซึ้ง และกิจกรรมการเดินทางไปสัมผัสปรากฏการณ์ของศิลปะนั้นด้วยตนเอง เพื่อเพ่งพิจารณารูป-ปริภูมิ กาละ-เทศะ ก่อนลำเลียงความคิดและสัมผัสเหล่านั้นส่งผ่านไปสู่การเคลื่อนไหวของ "มือ" ให้บังเกิดจุด ให้บังเกิดเส้น ให้บังเกิดรูปทรง ให้บังเกิดมิติ และให้บังเกิดสีสรร-บรรยากาศ ที่บรรจงบรรเลงลงบนแผ่นกระดาษหรือสื่อวัสดุใดๆ. นั่นคือการเรียนรู้สิ่งที่อยู่โดยรอบเรา. คือการเข้าถึงบริบทที่ก่อรูปเป็นตัวตนของเรา. อันนำเราให้หลุดพ้นจากกระพี้และความฉาบฉวยของมายาที่เกาะกินจิตต์วิญญาณของเราอยู่. นำเราให้ไปสู่อำนาจในการรังสฤษฏ์ทุกสิ่ง—ไม่เพียงแต่ศิลปะหรือสถาปัตยกรรม —ให้สูงส่งมากขึ้นๆ.

วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2554

Experiencing Angkor Vat: Animated Architecture in Color at Youtube

เนื่องจาก Flickr จะแสดงภาพ video ในความละเอียดต่ำเพียงแต่ 576×324 เท่านั้น ในขณะที่ผมทำ time-laspe video ของปราสาทนครวัดไว้เป็น wide screen ในความละเอียด 1024x576. ดังนั้นผมจึง upload ไฟล์ video ทั้งแบบ Lith (sepia) และแบบ Full Color ไว้ที่ Youtube ให้ทุกท่านสามารถเข้าไปชมได้ที่:

http://www.youtube.com/watch?v=W9jo6Eu8gb8 (Lith version)
http://www.youtube.com/watch?v=IizMqo2GPMQ (Full Color version)

Video ล่างนี้เป็นตัวอย่างที่ความละเอียด 540x330 ครับ

วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

Experiencing Angkor Vat: An Architectural Assessment



ผมได้นำภาพและคำบรรยายร้อยแก้วในหนังสือ "Experiencing Angkor Vat: An Architectural Assessment" เฉพาะ Part II: Experiences ของผมลงใน Flickr เพื่อเผยแพร่ให้ผู้สนใจสถาปัตยกรรมในเชิงปรากฏการณ์วิทยาทั่วโลกได้ศึกษา. โดยผมได้เขียนคำอารัมภบทไว้ในหน้าแรกของ Flickr Set สามารถเข้าไปอ่านได้โดย >> คลิกที่นี่.

นอกจากนั้น ทุกท่านสามารถชม slide show แบบเต็มจอ (ความละเิีอียดสูงสุดของภาพ W1024 H768) ได้โดย >> คลิกที่นี (ให้คลิก Show Info เพื่อแสดง text ประกอบภาพ). และผมยังได้กำหนดตำแหน่งที่ผมทรฺศนปราสาทและถ่ายภาพไว้ใน Google Map ซึ่งเข้าไปชมได้โดย >> คลิกที่นี่.



ภาพตัวอย่างล่างนี้ เป็นเพียงบางส่วนของ 'ทรฺศน' ที่มีทั้งหมด 37 ทรฺศน ตามที่ผมบรรยายไว้ในหนังสือครับ.

Darsna Angkor Vat: EpilogueDarsna Angkor Vat: The SiteDarsna Angkor Vat: The PlanDarsna Angkor Vat: Bondage of SufferingDarsna Angkor Vat: The PilgrimsDarsana Angkor Vat: Bridge to Self-Liberation
Darsna Angkor Vat: Gateways to HeavenDarsna Angkor Vat: Adorning the Abode of GodDarsna Angkor Vat: Shadiness of Execrable HumanityDarsna Angkor Vat: Effulgence of EffigyDarsna Angkor Vat: Exuberant Motif of CosmosDarsna Angkor Vat: Emblem of Heroic Virtue
Darsna Angkor Vat: Cogency of AstrolatryDarsna Angkor Vat: Facade of AspirationDarsna Angkor Vat: Rhythm of TimeDarsna Angkor Vat: Alignment of GodDarsna Angkor Vat: Silhouette of Epistemic FacultyDarsna Angkor Vat: Afire Crux of Trine
Darsna Angkor Vat: Reflection of MayaDarsna Angkor Vat: Empyreal CognitionDarsna Angkor Vat: Course of HermitageDarsna Angkor Vat: Accentuation of FormDarsna Angkor Vat: Gallery of the Eternal Return (1)Darsna Angkor Vat: Gallery of the Eternal Return (2)
Experiencing Angkor Vat, a set on Flickr.

หมายเหตุ: ผมได้ตัดเชิงอรรถของคำบรรยายแต่ละภาพออกไป เพื่อให้อ่านง่ายขึ้น.
 

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

คัมภัร์ภควทฺคีตา • กฤษฺณไทฺวปายนวฺยาส [ปริวรรต: เกียรติขจร ชัยเธียร]

คัมภีร์ "ศรีมทฺภควทฺคีตา" ถือเป็นคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ที่กล่าวได้ว่าเป็นอุปนิษทฺหนึ่งของฮินดู ที่ปัจจุบันยังไม่อาจได้ข้อยุติว่ารจนามาแต่ครั้งกาลใด. แต่สาระสำคัญนั้นอยู่ที่เนื้อหาที่รจนาไว้เหมือนสูตรที่รวบรวมปรัชญาฮินดูโยคะไว้ทั้งหมด. คนไทยโดยมากได้แต่รับรู้ว่าเป็นคำสนธนาระหว่างศรีกฤษฺณกับศรีอรชุนผ่านการเล่าเรื่องของสญฺชย (มหาดเล็กของท้าวธฤฺตราษฺฏฺรที่มีพระเนตรบอดจึงมอบดวงตาทิพย์แก่สญฺชยเพื่อให้บอกเล่าเหตุการณ์ต่างๆให้ฟัง) ก่อนการเริ่มต้นสงครามมหาภารต ณ ทุ่งกุรุเกฺษตร โดยน้อยคนนักจะได้เคยอ่านโศฺลกต้นฉบับจริงๆว่ามีเนื้อหาอย่างไร. ความจริงแล้วเนื้อหาในคำภีร์ภควทฺคีตาทั้งหมดรจนาขึ้นในเชิงอุปมาอุปมัยทั้งสิ้น (หากเทียบของพุทธก็คงจะเทียบได้กับภาวะของพุทธองค์ขณะบำเพ็ญเพียรเพื่อเอาชนะมาร (มารวิชย) ก่อนที่พุทธองค์จะบรรลุนิพาน). ดังนั้นหากเราตัดความคิดในเชิงปุราณวิทยาที่เคยรับรู้มาเกี่ยวกับคำภีร์นี้ทิ้งไป จะเห็นสัจธรรมของปรัชญาฮินดูว่าลุ่มลึกและกว้างขวางมากมายอย่างเหลือคณา. จึงไม่แปลกเลยว่าทำไมนักคิดนักเขียนของตะวันตกที่มีชื่อเสียงหลายๆคน ต่างได้รับอิทธิพลจากการอ่านคัมภีร์นี้อย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น Herman Hesse, Friedrich Nietzsche, Leo Tolstoy, ฯลฯ. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากใครได้เคยฟังบทสวดโศฺลกที่เป็นร้อยกรองของคัมภีร์นี้ จะยิ่งซาบซึ้งถึงอิทธิพลของคัมภีร์ที่มีต่อจิตใจของเราอย่างไม่รู้ลืม.

วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

รัฐสัตว์: วรรณกรรมเทพนิยาย • George Orwell [แปล: เกียรติขจร ชัยเธียร]

Animal Farm เป็นอมตวรรณกรรมเอกของ George Orwell หนึ่งในนักประพันธ์ชาวอังกฤษที่ผมชื่นชอบมาก นอกเหนือจาก E. M. Froster, Jane Austin, James Joyce, และอีกหลายๆท่าน ที่ยังทรงพลังในการขับเคลื่อนความคิดของทุกคนที่ได้อ่าน. หนังสือเล่มนี้สำนักพิมพ์มติชนได้ตีพิมพ์มาแล้วสองครั้ง (๒๕๔๔ และ ๒๕๔๕) และไม่ได้พิมพ์อีกมานานมากจนใครจะหาซื้อก็ไม่มีจำหน่ายอีก ผมจึงได้นำมาปรับปรุงถ้อยคำที่ผมเคยแปลไว้ไม่โดนใจ แก้คำที่สะกดผิดจำนวนมาก และแก้ไขวรรคตอนใหม่ รวมทั้งออกแบบปกใหม่ที่เอาสัญลักษณ์กีบและเขาของธงรัฐสัตว์ตามเนื้อเรื่อง ให้ทุกคนได้ดาวน์โหลดอ่านกันฟรี!! (เฉพาะภาควรรณกรรม แต่ภาพวิิเคราะห์ผมยังไม่มีเวลาปรับปรุง) เพื่อเผยแพร่ให้กว้างขวางมากเท่าที่เป็นได้. อีกทั้งวรรณกรรมของ Orwell ทุกเล่ม บัดนี้ได้กลายเป็นสาธารณสมบัติไปแล้ว ดังนั้นทุกคนควรมีโอกาสได้อ่าน "อย่างเท่าเทียมกัน" [Orwell เอาคำๆนี้มาเล่นให้เข้าถึงเบื้องลึกของจิตใจผู้อ่านได้อย่างพิสดารจริงๆ].